head-watchonglap
วันที่ 19 เมษายน 2021 4:17 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)
โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)
หน้าหลัก » นานาสาระ » อาหาร 3 ชนิดนี้ อย่าให้เด็กกินมากเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการเจริญเติบโต

อาหาร 3 ชนิดนี้ อย่าให้เด็กกินมากเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการเจริญเติบโต

อัพเดทวันที่ 8 เมษายน 2021

อาหาร ที่ควรให้เด็กเลี่ยงให้ได้มากที่สุด หากไม่อยากให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง มีเด็กคนหนึ่งอยู่บนถนน เยาวราช ชื่อ น้องโกโก้ อายุ 8 ขวบในปีนี้ แต่เขาตัวเล็กมาก น้องโก้โก้ มักจะอยู่บ้านกับปู่ย่าตายาย เพราะพ่อแม่ของเขา ต้องทำงานขายของ ส่งของให้กับลูกค้าในชีวิตประจำวัน พวกเขามักจะยุ่งมาก จนไม่มีเวลาดูแลเขา มีแต่ปู่ย่าตายายที่ดูแลเด็กเสียส่วนใหญ่ พวกเขามักจะนำอาหาร และเครื่องดื่มอร่อยๆมาให้กับเด็ก พวกเขาอยากให้เด็กกินเยอะๆ เพราะน้องโกโก้เป็นเด็กที่ตัวเล็กมาก

แต่การที่พ่อกับแม่ไม่อยู่กับลูกเป็นเวลานาน เป็นเพียงปัญหาอย่างหนึ่ง ร่างกายโกโก้ไม่ดีมากตั้งแต่เด็กๆ ทุกฤดูกาลเขาจะเป็นหวัด และมีน้ำมูกไหล โกโก้จึงถูกทิ้งให้อยู่กับปู่ย่าตายายตั้งแต่เด็ก โชคดีที่โกโก้เชื่อฟังและเป็นเด็กที่ฉลาดมากตั้งแต่เขายังเด็ก และจะทำตามที่ปู่ย่าตายายบอก และพยายามไม่สร้างปัญหาให้กับพวกเขา

เนื่องจากความอยากกินตามปกติของเด็กโดยทั่วไป ที่เ็ป็นสิ่งที่ไม่ค่อยดีนัก ปู่ย่าตายายของเขาจะทำอาหารอร่อยๆ หลายอย่างให้กับโกโก้ โดยคิดว่าการที่โกโก้กินเยอะ จะทำให้เด็กมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าผลจะไม่ดี และสภาพก็แย่ลง ด้วยความสิ้นหวังเขา ทำได้เพียงโทรหาพ่อแม่ของน้องโก้โก้ และบอกให้พวกเขาพาลูกไปโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเมืองของจังหวัด เพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียด

หลังจากทำการทดสอบหลายครั้ง พบว่าม้ามและกระเพาะอาหารของเด็กมีปัญหาร้ายแรง เช่น การสะสมอาหารอาหารไม่ย่อย ความต้านทานต่ำลำไส้ และโรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น และปัญหาเหล่านี้ เกิดจากความเสียหายของม้าม และกระเพาะอาหาร หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น จะเป็นการยากที่เด็กจะเติบโตขึ้น

อาหาร

คุณหมอบอก อาหาร 3 ชนิด นี้ห้ามเด็กกิน เพราะเป็นอาหารที่ย่อยยาก ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญเติบโต

1. อาหารดิบและเย็น ตัวอย่างเช่น ไม่ควรให้อาหารเย็นเช่นซาซิมิซาซิมิไอศกรีม ฯลฯ แก่เด็กเนื่องจากอาหารประเภทนี้ จะระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และลำไส้เป็นอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงท้องเย็นเป็นต้น ซึ่งอาจทำให้ม้าม และกระเพาะอาหารเกิดปัญหาความเสียหาย

2. อาหารทอด เช่นแผ่นแป้งทอดไก่ทอดแฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ รวมถึงแผงขายอาหารหน้าโรงเรียน อาหารหลายอย่างทอด ด้วยอุณหภูมิสูง และมีเนื้อกรอบเด็กๆทั่วไปชอบ แต่อาหารประเภทนี้มีมาก แคลอรี่และไขมันสูงเด็กจะย่อยยาก

3. อาหารหวานเลี่ยน ตัวอย่างเช่นอาหารเช่นช็อคโกแลตเค้กขนม ฯลฯ มีไซคลาเมตมาก และการกินมากเกินไปจะส่งผลต่อม้าม และกระเพาะอาหารของเด็ก ม้ามและกระเพาะอาหารของเด็กเสียหาย และร่างกายจะมีอาการดังต่อไปนี้ โปรดดูแลรักษา

ความอยากอาหารไม่ดี ไม่อยากกินอาหารจู้จี้จุกจิก และอาการเบื่ออาหารเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด มีรอยฟันที่เคลือบลิ้นอย่างเห็นได้ชัด มีชั้นของสีขาว และรู้สึกว่าปากเหม็น ฉันไม่ได้นอนหลับอย่างตรงไปตรงมาเลย เช่นการนอนคว่ำ หรือเหงื่อออกพูดตอนหลับ

ความต้านทานลดลงคุณจะเป็นหวัด และมีไข้ทุกๆสามวัน เติบโตช้า และร่างกายจะผอมลง อย่าตกใจ หากม้ามและกระเพาะของเด็กเสียหาย ให้ทำ 2 อย่างนี้ให้ทันเวลา ม้ามและกระเพาะอาหารจะดีขึ้น

1. กินสังกะสี โปรตีน เห็ดหลินจือ ก่อนอาหาร สังกะสี โปรตีน เห็ดหลินจือ  ประกอบด้วยสารอาหาร เช่น เฮริเซียมเอโดเดส มันแกว มะนาว และสังกะสี โปรตีนชีวภาพ ซึ่งสามารถควบคุมม้าม และกระเพาะอาหาร และส่งเสริมการย่อยอาหาร

เนื่องจาก Hericium erinaceus มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และมีกรดอะมิโนจำนวนมาก จึงสามารถบำรุงกระเพาะอาหาร และทำให้ม้ามมีชีวิตชีวาในขณะที่มันเทศมีเส้นใยอาหารจำนวนมาก ซึ่งสามารถส่งเสริมการบีบตัวของลำไส้ และช่วยในการย่อยอาหารมะนาวมีกลิ่นสดชื่น ซึ่งสามารถเจริญอาหาร และทำให้ม้ามกระปรี้กระเปร่าสังกะสีโปรตีนชีวภาพ สามารถเสริมสร้างส่วนผสม และผลกระทบเสริมสังกะสี

2. ออกกำลังกายเป็นเวลา 30 นาที หลังอาหาร คุณไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายทันที หลังรับประทานอาหาร และอย่านอนราบ หรือนั่งทันทีแนะนำให้ยืน 5-10 นาที ก่อนหลังจากย่อยอาหาร 1-2 ชั่วโมง คุณสามารถไปเดินเล่น หรือเล่นบอลการออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการย่อยอาหาร ในระบบทางเดินอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ตัวสูงขึ้นอีกด้วย

 


บทความอื่นที่น่าสนใจ > นาฬิกาข้อมือ เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ จากแบรนด์ Frederique Constant

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)
โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)
โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)
โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)