head-watchonglap
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2023 1:59 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)
โรงเรียนวัดช่องลาภ(โชคลาภประชาพัฒนา)

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - cappyanime

หน้า: [1]
1
ห้องนั่งเล่น / เพื่อนที่ดีที่สุด
« เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2020, 07:03:48 AM »
เพื่อนที่ดีที่สุด

คนที่ยังไม่ได้สละสถานะทางโลกไปใช้ชีวิตคนเดียวได้อย่างนักพรตหรือนักบวชสายป่า ย่อมไม่มีใครต้องการหลีกหนีไปจากหมู่คณะหรือหลีกหนีไปจากสังคม ความที่เรายังต้องอยู่ในสังคม เราจึงยังมีความจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงชีวิตและเลี้ยงครอบครัว โลกเราถึงมีศาสนาเป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางใจของคน เพราะคนมีต้องการพื้นฐานคือต้องการมีที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจ คนที่อ่อนแอก็ยิ่งต้องการที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจ คนที่เข้มแข็งทางกายแล้วชีวิตเขาสามารถพึ่งตนเองได้แต่ลึกๆแล้วเขายังคงต้องการที่พึ่งทางใจอยู่

ชีวิตที่หลงทางทาง คนที่สำเร็จในชีวิตมักจะเป็นคนที่มีเพื่อนดี เพื่อนดีคือเพื่อนที่เป็นที่พึ่งให้เพื่อนได้ทั้งทางกาย คือการช่วยเหลือเกื้อกูลและการแบ่งปันให้แก่เพื่อนในปัจจัยสี่ ส่วนการช่วยเหลือทางใจคือการให้กำลังใจเป็นหลักเป็นจุดยืนให้เพื่อนนำไปเป็นแรงบันดาลใจหรือสร้างพลังใจขึ้นมาได้ คนที่เข้มแข็งคนที่มีจุดยืนคนที่เคารพตัวเองได้เท่านั้นจึงจะเป็นเพื่อนที่สามารถเป็นที่พึ่งทางใจให้แก่คนอื่นได้ แต่มีน้อยคนนักที่มีความเข้มแข็งที่พอจะเป็นที่พึ่งของตนเองและแก่คนอื่นทั้งกายและใจ

ผมเป็นคนหนึ่งที่เห็นคุณค่าของการมีเพื่อนที่ดีของการมีกัลยาณมิตร ผมเป็นคนที่ผ่านประสบการณ์เลวร้ายในขีวิตมามาก สาเหตุเพราะผมเป็นคนที่มีใจไม่มั่นคงในความตั้งใจที่ดีของตนเอง ความตั้งใจดีของผมมักจะถูกทำให้ล้มเหลวและหลงทางไปด้วยความโกธร, ความโลภและที่มันร้ายกาจที่สุดหรือความหลง ทั้งหมดคือกิเลสของผม กิเลสของแต่ละคนถ้ามีมากมันสามารถทำลายชีวิตคนได้ถ้าคนตกเป็นทาสของมัน เมื่อชีวิตผมเดินมาถึงทางตันจิตใจผมก็ตกจนต้องการที่พึ่งจากใครสักคน ผมพยายามติดต่อขอความช่วยเหลือจากคนที่ผมเคยคิดว่าเขาเป็นเพื่อนหรือเคยเป็นเพื่อน แต่ผมก็ได้รับเพียงคำปลอบใจแบบขอไปทีและไม่ใส่ใจที่จะให้ความช่วยเหลือ

เพื่อนบางคนก็ไม่อยู่ในสถานะที่มีกำลังที่จะช่วยทางกายได้ แต่เขาก็ยังรับฟังและให้คำปลอบใจและกำลังใจผม แต่บางครั้งการพูดคุยกันมากเกินไปมันกลับกลายเป็นการคร่ำครวญ เขากลับเอาปัญหาของเขามาระบายใส่เราด้วยทำให้กลายเป็นต่างคนต่างเพิ่มความทุกข์ให้แก่กัน ประสบการณ์แบบนี้สอนผมว่าจะต้องไม่ไปคร่ำครวญหรือไประบายเรื่องของเราให้ใครฟังอีกต่อไป เพราะมันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นความจริงของโลกคือคนเรารักตัวเองมากที่สุด

เพื่อนที่ดีก็ยังมีอยู่ โชคยังดีที่ผมนึกถึงเพื่อนเก่าของผมคนหนึ่งที่ขาดการติดต่อกันมานาน เขากลับพร้อมที่จะช่วยเหลือผมเท่าที่เขาจะช่วยได้ เขาให้ผมยืมเงินให้ที่พักและแนะนำหนทางออกในชีวิตให้อย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าตัวเขาเองก็ประสบปัญหาส่วนตัวมากมายทั้งปัญหาภายในครอบครัว, ปัญหากับญาติพี่น้อง, ปัญหาทางธุรกิจ คนเราจะรู้ว่าใครเป็นเพื่อนแท้ก็ในยามที่ชีวิตของเราตกต่ำถึงขีดสุด แต่ในที่สุดผมก็ต้องเป็นคนถอยห่างออกมาเพราะการที่ผมไปขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านเขาสร้างความไม่พอใจให้กับเมียเขาทำให้เขามีปัญหาภายในครอบครัวมากขึ้นอีก ผมไม่อยากให้ตัวผมเป็นสาเหตุให้ชีวิตครอบครัวของเพื่อนผมต้องพังลง แม้ว่าผมจะย้ายออกมาจากบ้านเขาแล้วแต่เราก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและพร้อมช่วยเหลือกันเท่าที่จะมีกำลังช่วยกันได้

เพื่อนที่ดีที่สุดคือสติของตัวเราเอง ในยามที่ชีวิตผมตกต่ำที่สุดผมพยายามคิดหาที่พึ่งทางใจโดยที่ไม่ต้องไปพึ่งคนอื่น  ผมนึกถึงคุณปู่คุณย่าคุณพ่อคุญแม่ของผมที่ท่านเสียไปแล้ว  ผมนึกถึงพระผู้ใหญ่ที่ผมศรัทธานับถืออย่างสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต), ท่านพุทธทาส, ท่านปัญญานันทะ, สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ก่อนที่ล่วงลับไปแล้ว บางครั้งผมก็นึกถึงเสด็จพ่อรัชกาลที่ 5 บ้าง นึกถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 บ้างเป็นที่พึ่ง ภายหลังผมมีโอกาสได้ฟังหลวงพ่อไพศาล วิสาโล ท่านสอนทางยูทูปเกี่ยวกับเรื่องการเจริญสติ
ผมเริ่มเห็นความจริงและทางออกของชีวิตผม ผมเริ่มจะเข้าใจว่าสิ่งต่างๆที่ได้เกิดกับชีวิตผม มันมีเหตุปัจจัยของมันที่ทำให้เป็นไป เหตุปัจจัยนั้นอาจมาจากกรรมเก่าหรือมาจากการกระทำของเราเองทำให้มันเกิดขึ้น เรายังต้องมีชีวิตอยู่เราจะอยู่กับมันได้อย่างไรโดยไม่เป็นทุกข์มากนัก แน่นอนมันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่ทุกข์เลยแต่ทำอย่างไรที่จะรู้ว่ามันมี ท่านสอนให้รู้เฉยๆ ท่านใช้คำว่ารู้อย่างซื่อๆ ไม่ว่าจะมีอะไรมากระทบกับเราทางตา, หู, จมูก, ลิ้น, กายและใจ จะมีความรู้สึกอะไรก็ให้รู้ว่ามันมากระทบเมื่อมีอะไรมากระทบแล้วใจเกิดความรู้สึกอะไรก็แล้วแต่ แค่ให้รู้ว่ามันเกิดไม่ต้องไปกดข่มไม่ต้องไปผลักไส เพราะมันเป็นธรรมชาติของจิตที่จะปรุงแต่งอยู่แล้ว มันคือสิ่งที่จรเข้ามาเพราะเหตุปัจจัยเมื่อหมดเหตุปัจจัยแล้วมันก็ไป

สิ่งที่จะมากำกับจิตให้จิตรู้ก็คือสตินั่นเอง สติจะเป็นตัวกำหนดความเป็นไปของกายและใจ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้าย การที่จะไปอ้อนวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ได้รับแต่สิ่งที่ดีอย่าให้มีสิ่งร้ายเข้ามาในชีวิตเลยเป็นไปไม่ได้และไม่ใช่พุทธศาสนา พุทธศาสนาสอนให้ยอมรับและรับได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเข้ามาโดยใช้สติเป็นตัวกำหนดรู้ ยกตัวอย่าง ถ้าร่างกายเจ็บป่วยสติจะกำกับให้เราเป็นผู้รู้เป็นผู้เห็นว่ากายนี้เจ็บกายนี้ป่วยแต่เราไม่ใช่ผู้เจ็บผู้ป่วย คือท่านใช้คำว่าเห็นแต่ไม่เข้าไปเป็น เมื่อมีอะไรมากระทบให้ใจเราเกิดความรู้สึกใดๆ เราก็ไม่ต้องไปกดข่มผลักไสแต่เราแค่รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้วนะ เมื่อเกิดขึ้นแล้วมันก็จะดับไปของมันเอง ขณะนี้ผมรู้แล้วว่าเพื่อนที่ดีที่สุดของผมคือสตินั่นเอง

เราเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตนเองและแบ่งปันให้คนอื่น วันนี้ผมจึงมีชีวิตอยู่ด้วยการเจริญสติ ใช้สติกำกับติดตามการเป็นไปของกายและใจให้ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ อย่างเช่น รู้ว่ากำลังพิมพ์งานอยู่บนแป้นคอมพิวเตอร์ รู้ความรู้สึกของนิ้วมือที่กดลงบนแป้นพิมพ์ เวลาเกิดเวทนาขึ้นกับร่างกายไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ให้รู้ เวลาจิตปรุงแต่งให้เกิดความอยาก เกิดความโกธร เกิดความเศร้า ก็ให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว พอรู้แล้วมันก็จะดับของมันไปเอง สติทำให้ตัวผมเองนี่แหละที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของตนเอง

และตั้งใจว่าจะดำเนินชีวิตต่อไปตามสถานะที่เป็นอยู่และพร้อมจะรับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเข้ามา และตั้งใจว่าถ้ามีโอกาส ก็จะแบ่งปันเรื่องการเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินชีวิตแบบนี้ให้ผู้อื่นได้รับรู้หากจะเป็นประโยชน์แก่เขา


โรงเรียนวัดช่องลาภ

2
คุณสมบัติของผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ

โดยทั่วไปแล้ว การทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จได้นั้น จะต้องมุ่งความสำคัญไปที่กลุ่มเป้าหมายว่าใครเป็นผู้บริโภคหรือผู้รับบริการ  จึงจะเน้นถึงการผลิตสินค้าและบริการที่ีจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความพอใจมากที่สุด แล้วนำสินค้าและบริการไปใช้จนทำให้ยอดจำหน่ายสูง กำไรก็สูงตามมาในที่สุด  แต่ทว่าอีกสิ่งหนึ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ ก็คือ ตัวผู้ประกอบธุรกิจเอง  ซึ่งคุณสมบัติที่จะทำให้เป็นผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ ประกอบด้วย

1. ความกล้าเสี่ยง   ธุรกิจกับความเสี่ยงเป็นของคู่กัน  ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักชอบงานที่ท้าท้ายตนเอง  ไม่ภูมิใจกับการทำงานง่ายๆ  ชอบทำงานที่มีความเสี่ยงปานกลางเพราะมีโอกาสที่จะสำเร็จมากกว่าล้มเหลว เนื่องจากวิเคราะห์ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี และนโยบายของรัฐ แล้วว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะทำให้สำเร็จได้

2. การมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ หลังจากวิเคราะห์ปัจจัยรอบด้านและมองเห็นความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจแล้ว ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะใช้พลังงานความคิดสติปัญญา ความสามารถทั้งหลายทั้งปวงมาทุ่มเทให้กับงาน เพื่ือให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งยังพร้อมที่จะเรียนรู้ถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปรับปรุงไปสู่ความสำเร็จ ทั้งยังพอใจกับผลงานที่ออกมาดี   ถึงแม้ว่าผลกำไรจะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจนั้นประสบผลสำเร็จ  แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะไม่ได้เพียงผลของการบรรลุเป้าหมายเท่านั้น หากยังสนใจกระบวนการที่ทำให้บรรลุเป้าหมายนั้นด้วย

3. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์   ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะไม่หยุดยั้งความพึงพอใจในการทำซ้ำๆ กับสิ่งเดิมที่ทำให้ประสบความสำเร็จ   แต่มุ่งนำเอาประสบการณ์ที่ีได้รับมาประยุกต์ใช้สร้างสรรค์หาวิธีการใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมและนำมาใช้กับการจัดการธุรกิจ ตลอดจนหาแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น การจะผลิตสินค้าที่แตกต่างจากท้องตลาด  การใช้วิธีการขายไม่เหมือนใคร  ประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์เครื่ืองมือใหม่ๆ มาใช้ในการผลิต นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้   หรือแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆ มาทดแทนในกระบวนการผลิต   ทั้งนี้ความคิดสร้างสรรค์นี้อาจเกิดขึ้นจากตนเอง  หรือเอาแนวคิดมาจากผู้เชี่ยวชาญมาปรับใช้ก็ได้

4. ยึดมั่นในเป้าหมาย  จำเป็นต้องจินตนาการไปถึงความสำเร็จและความล้มเหลว  ถ้าล้มเหลวจะต้องทำอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร  ซึ่งผู้ที่ประสบความสำเร็จจะต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อเอาชนะและบรรลุซึ่งเป้าหมาย  อาจจะเหมือนกับการมองโลกในแง่ร้าย  แต่นี่คือการมองโลกตามความเป็นจริง เพราะการดำเนินธุรกิจย่อมมีอุปสรรคมาคุกคามได้เสมอ  อย่างไรก็ตาม ก็ควรมองโลกในแง่ดีไว้ด้วย คือ มีความหวังที่จะบรรลุเป้าหมายของความสำเร็จในอนาคต

5. ความสามารถโน้มน้าวจิตใจผู้อื่น ผู้อื่นในที่นี้หมายถึงพนักงานหรือผู้ร่วมงาน ซึ่งอาศัยให้ความช่วยเหลือในการทำงาน  รวมถึงผู้สนับสนุนทางการเงินและการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร  ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จจะสามารถโน้มน้าวใจให้คล้อยตามและยินดีให้การสนับสนุน

6. ทำงานหนัก (Hard Working) เพราะการทำงานหนัก ทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถของตนเอง แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือแรงกดดันอย่างใหญ่หลวงก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้ เท่านั้นที่จะทำให้ผู้ที่ประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จ
 
7. เรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต โดยเฉพาะความผิดพลาดในอดีต  ต้องนำมาเป็นบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นอีก รวมถึงใช้ปรับปรุงการดำเนินงานที่จะช่วยให้ทำงานได้ดีกว่าเดิม   ในบางครั้งงานหรือกิจกรรมใดที่ไม่บรรลุผล ผู้ที่ประสบความสำเร็จก็ต้องหาวิธีใหม่ๆ มาแก้ไขปัญหา ไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิมๆ  โดยจะต้องยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานจนทำได้สำเร็จ

8. มีความสามารถในการบริหารงานและมีความเป็นผู้นำที่ดี ในทำงานร่วมกับบุคลากรหลายระดับในภาวะที่แตกต่างกัน  ผู้ที่ประสบความสำเร็จต้องสามารถบริหารและจัดการได้อย่างเหมาะสม  เช่น ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ จำเป็นต้องเป็นผู้นำที่ี ลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเอง เอาใจใส่ผู้ร่วมงาน พร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง  ต่อมากิจการเติบโตขึ้น
การบริหารงานก็เปลี่ียนแปลงไป จำเป็นต้องแบ่งความรับผิดชอบให้ผู้ใต้บังคับบัญชามากขึ้น  อาจจ้างผู้บริหารมืออาชีพมาช่วยงานมากกว่าเป็นธุรกิจเครือญาติ

9. เชื่อมั่นในตนเอง ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง มีความเป็นอิสระและพึ่งตนเองได้ มีความมั่นใจ  เข้มแข็งมีลักษณะเป็นผู้นำ ไม่ประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไป จึงไม่แปลกหากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ เคยมีประวัติความล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง แต่จะไม่เลิกล้ม จนสามารถต่อสู้ปัญหาภัยคุกคามต่างๆ

10. มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นผู้ที่ีมีประสบการณ์ สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคตข้างหน้าได้อย่างแม่นยำและพร้อมรับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

11. มีความรับผิดชอบ ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะรับผิดชอบผลการตัดสินใจ ไม่ว่าจะผลออกมาจะดีหรือไม่ก็ตาม โดยมีความเชือว่าความสำเร็จเกิดจากความเอาใจใส่ ความพยายาม ความรับผิดชอบ มิใช่เกิดจากโชค

12. กระตือรือร้นและไม่หยุดนิง มีการทำงานทีเต็มไปด้วยพลัง  กระตือรือร้นทำงานทุกอย่างโดยไม่หลีกเลียง ทำงานหนักมากกว่าคนปกติทั่วไป เร่งรัดตัวเองทุกวันอย่างไม่หยุดนิ่ง

13. ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม  แม้จะมีความรู้และประสบการณ์อย่างดี  แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จเชื่อว่านั่นยังไม่เพียงพอ ต้องหาความรู้เพิ่ิมเติมอยู่เสมอ โดยเฉพาะความรู้ข้อมูลทางการตลาด เศรษฐกิจ การเมือง กฎหมาย เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง โดยความรู้อาจจะได้จากการสัมมนา  ฝึกอบรม อ่านหนังสือ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

14. กล้าตัดสินใจและมีความมุมานะพยายาม ความหนักแน่นไม่หวาดหวั่นในการตัดสินใจ  แม้งานจะหนักก็ทุ่มเทให้สุดความสามารถ ไม่กลัวงานหนัก ถือว่างานหนักเป็นงานท้าทายความรู้ สติปัญญา ความสามารถของตนเอง และจะภูมิใจเมี่ือทำได้สำเร็จ มีการแข่งขันกับตัวเองและแข่งขันกับเวลา ขวนขวายหาทางแก้ไขปัญหาอุปสรรคจนสามารถบรรลุผลสำเร็จ

15. ไม่ตั้งความหวังไว้กับผู้อื่น ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักใช้น้ำพักน้ำแรงของตน  จึงมีการผลักดันให้ผู้ที่อยู่รอบด้านทำงานหนักอย่างเต็มที่ีเช่นเดียวกับตนเพี่ือให้งานสำเร็จและมุ่งหวังความสำเร็จ

16. มองเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นหลัก ผู้ประกอบการบางคนมักจะฝังใจในอดีต ซึ่งบางคนล้มเหลวแล้วไม่สามารถปรับตัวเองได้ บางคนปรับตัวได้โดยพยายามเข้าใจในอดีต บางคนมีแต่โลกแห่งความฝัน สร้างวิมานในอากาศแล้วไม่ลงมือทำ จึงไม่บรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้ ดังนั้นผู้ที่ประสบความสำเร็จจะต้องทำงานปัจจุบันให้ดีที่ีสุด คิดถึงอนาคตด้วยการวางแผนไว้อย่างรอบคอบ

17. สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม  ต้องปรับตนเองให้เป็นไปตามต้องการของสภาพแวดล้อมมากกว่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรมหรือขึ้นอยู่กับโชคหรือดวง

18. รู้จักประมาณตนเอง  การทำอะไรรู้จักประมาณตนเอง ไม่ทำสิ่ิงใดเกินตัว เกินความสามารถ จะได้ไม่ประสบกับความล้มเหลวในการลงทุนทำธุรกิจ เช่น ระยะแรกการคาดการณ์
ตลาดยังไม่ชัดเจน แต่ทำธุรกิจแบบใจใหญ่ แทนทีจะเริ่มเล็กๆ ไปก่อน แต่กลับไปลงทุนใหญ่ทีเดียว ผลลัพธ์ไม่สามารถหาตลาดได้ สินค้าที่ผลิตก็ไม่สามารถจะระบายออกไปได้ ผลสุดท้ายมีสินค้าค้างสต็อก เงินทั้งหมดก็มาจมอยู่กับสินค้า ไม่สามารถหาเงินลงทุนต่อไปได้ เป็นสาเหตุทำให้ธุรกิจล้มเหลวได้

19. ต้องมีความร่วมมือและแข่งขัน การทำธุรกิจย่อมมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ ผลกำไร แม้ว่าจุดม่งหมายเดียวกันก็ไม่จำเป็นต้องแข่งให้ล้มไปข้างหนึ่ึง ยังมีวิธีการประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน ด้วยวิธีการแตกต่างกันออกไป  ผู้ประกอบการธุรกิจประเภทเดียวกันจะต้องไม่พยายามทำธุรกิจให้เกิดผู้แพ้ผู้ชนะ แต่ต้องร่วมมือกันให้ธุรกิจอยู่รอด  ส่วนการแข่งขันก็ควรแข่งขันในเรืองพัฒนาผลิตภัณฑ์ คุณภาพ บริการ ด้านลดต้นทุนการผลิต

20. มีความซื่อสัตย์  ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าในด้านคุณภาพสินค้าและต้องสร้างความเชี่ือถือของตัวเองในการเป็นลูกหนี้ที่ีดีของธนาคาร เป็นนายที่ีดีของลูกน้อง มีความซี่ือสัตย์ต่อหุ้นส่วน ต่อครอบครัว และต่อตนเอง พอจะสรุปได้ว่าปัจจัยของความเป็นผู้ประกอบการที่ีประสบความสำเร็จนั้น ส่วนใหญ่มิได้มีมาแต่กำเนิด แต่เกิดจากการเรียนรู้บ่มเพาะ จากการหล่อหลอม หรือจากการใฝ่หาฝึกฝน เพี่ือการพัฒนาไปสู่ความสำเร็จ และผู้ประกอบการไม่ใช่ลูกจ้างหรือพนักงานทีได้รับผลตอบแทนในรูปค่าจ้างเงินเดือนหรือรางวัล  ดังนั้นความสำเร็จจึงเป็นเสมือนผลตอบแทนของผู้ประกอบการธุรกิจ


โรงเรียนวัดช่องลาภ

หน้า: [1]